PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : การต่อสายไฟ .. ยังไงถึงจะดีที่สุด



Smart
16-12-09, 07:19
สมมุตินะครับว่าเรามี

1. Powerbridge 6 กับสายไฟแถม
2. สายไฟในระดับดีหน่อยราคา 5000+ จำนวน 2 เส้น (ตีว่ายี่ห้อรุ่นและหัวแบบเดียวกันเลย)
3. Headamp
4. DAC

ควรจะต่อสายไฟยังไง เพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุดครับ

A. สายไฟแถม -> Powerbridge6 ->(สายไฟดีสองเส้น) -> Headamp และ DAC
B. สายไฟดี-> Powerbridge6 ->(สายไฟดี กับสายไฟแถม) -> ต่อสายไฟดีเข้ากับHeadamp และสายไฟแถมเข้า DAC
C. สายไฟดี-> Powerbridge6 ->(สายไฟดี กับสายไฟแถม) -> ต่อสายไฟแถมเข้ากับHeadamp และสายไฟดีเข้า DAC

หรือจะคุ้มมั้ยถ้าจะลงทุนอีก เพื่อให้ได้สายไฟดี 3 เส้นไปเลย ?

แต่ขอให้อยู่ในตัวเลือก A/B/C ก่อนครับ

ขอบคุณค๊าบบ :)

redbook
16-12-09, 08:46
เปลี่ยนสายไฟแถมเป็นสายไฟราคา 1,999 :)

ลองฟังเลยครับ ต่างไม่ต่างรู้ด้วยหูเรา

seeker
16-12-09, 09:01
เฮียตุ้ยครับ
สายไฟราคาประมาณนี้มีของอะไรแนะนำบ้างครับ
อยากได้เอามาใช้กับลำโพงกับ pb6 ครับ

Smart
16-12-09, 09:05
เปลี่ยนสายไฟแถมเป็นสายไฟราคา 1,999 :)

ลองฟังเลยครับ ต่างไม่ต่างรู้ด้วยหูเรา


ใช่ที่เคยคุยกันหรือเปล่าครับพี่ตุ้ย แต่ไปไม่ถูกอ่ะครับ -.-

redbook
16-12-09, 09:10
เฮียตุ้ยครับ สายไฟราคาประมาณนี้มีของอะไรแนะนำบ้างครับ อยากได้เอามาใช้กับลำโพงกับ pb6 ครับ

ใช้แต่ของที่คนทำมาให้ลองแล้วติดใจทุกที ราคาก็ประมาณนี้ สำคัญที่หัวท้ายด้วยนะครับ ถ้าจะให้ไปสุดจริงๆคงต้องลง Wattgate ต่างมั๊ยต่างฟังเองได้ แต่ว่าแนะนำให้ลองต่อตรงกับผนังเทียบอยู่ด้วย จะได้รู้บุคลิกของหม้อกรองไฟ

ถ้าเน้นฟังแบบออดิโอไฟล์ แนะนำให้ลงทุนเปลี่ยนเต้าต้นทางต้นที่ผนังตัวเดียว เป็น Wattgate 381 ทอง (http://hifi.whatsupbkk.com/hifi/review-wattgate-381.html)นะครับ มันอยู่กะะเราไปนานแสนนาน ย้ายบ้านถอดเอาไปได้ เลิกฟังก็ขายต่อได้อีก ราคาไม่ตกอีกต่างหาก :)

ราคาของก็ประมาณนี้ (http://www.zecable.com/kwondersound/KIMBER%20KABLE%20Home%20PRICING.htm) ขายจริงน่าจะถูกลง (http://www.noom-hifi.com/webboard/webboard_ans.php?id=32471) แต่ควรซื้อกะตัวแทนนะครับ ปลอมเยอะ

ใช่ครับคุณ Smart วันก่อนก็ลืมเอาไปให้ลอง ของมันเยอะจัดแล้ว เด๋วจะมึนเปล่าๆ lol

Aof Topview
16-12-09, 09:14
B. สายไฟดี-> Powerbridge6 ->(สายไฟดี กับสายไฟแถม) -> ต่อสายไฟดีเข้ากับHeadamp และสายไฟแถมเข้า DAC
C. สายไฟดี-> Powerbridge6 ->(สายไฟดี กับสายไฟแถม) -> ต่อสายไฟแถมเข้ากับHeadamp และสายไฟดีเข้า DAC


เป็นผมเลือกข้อ B. ก่อนครับพี่ แต่ถ้ามีตังค์ก็น่าเปลี่ยนเป็นดี ๆ ทั้งหมดเลย ไม่งั้นมันคาใจ ฮ่า ๆๆๆ

** สายไฟมันฟังยากจริง ๆ นะครับ (อะไรทีแตกต่างนิด ๆ ผมฟังไม่ค่อยออกเหมือนกันครับ)

seeker
16-12-09, 09:32
มันก็อยากเปลี่ยนปลั๊กนะครับ
แต่ผมไปเช่าบ้านเค้าอยู่ และปลั๊กก็ไม่เหมือนกันด้วยครับ
ก็เลยอยากได้ pb6 กับสายไฟราคาขนาดนี้เลยครับ

Smart
16-12-09, 09:33
B. สายไฟดี-> Powerbridge6 ->(สายไฟดี กับสายไฟแถม) -> ต่อสายไฟดีเข้ากับHeadamp และสายไฟแถมเข้า DAC
C. สายไฟดี-> Powerbridge6 ->(สายไฟดี กับสายไฟแถม) -> ต่อสายไฟแถมเข้ากับHeadamp และสายไฟดีเข้า DAC


เป็นผมเลือกข้อ B. ก่อนครับพี่ แต่ถ้ามีตังค์ก็น่าเปลี่ยนเป็นดี ๆ ทั้งหมดเลย ไม่งั้นมันคาใจ ฮ่า ๆๆๆ

** สายไฟมันฟังยากจริง ๆ นะครับ (อะไรทีแตกต่างนิด ๆ ผมฟังไม่ค่อยออกเหมือนกันครับ)


นั่นดิครับ ช่วงนี้เครียด ฟังเพลงไม่หนุก เพราะยังไม่ลงตัว (คนมันหาเรื่องเองอ่ะนะ) แต่พยายามฟังแยกให้ออก (หลายๆ ครั้งก็บอกไม่ถูก)

Aof Topview
16-12-09, 09:40
Wattgate 381 ทอง น่าเล่นจริง ๆ ครับ เห็นขายกันในเวปเครื่องเสียง ราคามือสองนี่แทบไม่ตกเลย ย้ายไปไหนก็เกะไปด้วยได้ ฃ
เมื่อก่อนเคยคิดตอนมาลองสายไฟกับ pb6 ใหม่ ๆ เข้าท่าดี ๆ แต่มองไปที่ปลั๊กไฟบ้านกันสายไฟระโยงระยาง อนาถจริง ๆ
เลยคิดว่าใช้สายไฟดี ๆ แล้วก็ pb6 แต่ต้นทางมันระโยงระยางแบบนี้มันจะช่วยได้มั้ยเนี่ย สรุปเลยต้องเดินสายไฟแยกมาใหม่อีกเส้นไว้ใช้กับเครื่องเสียงไปเลย

jkung
16-12-09, 10:10
Wattgate 381 ทอง น่าเล่นจริง ๆ ครับ เห็นขายกันในเวปเครื่องเสียง ราคามือสองนี่แทบไม่ตกเลย ย้ายไปไหนก็เกะไปด้วยได้ ฃ
เมื่อก่อนเคยคิดตอนมาลองสายไฟกับ pb6 ใหม่ ๆ เข้าท่าดี ๆ แต่มองไปที่ปลั๊กไฟบ้านกันสายไฟระโยงระยาง อนาถจริง ๆ
เลยคิดว่าใช้สายไฟดี ๆ แล้วก็ pb6 แต่ต้นทางมันระโยงระยางแบบนี้มันจะช่วยได้มั้ยเนี่ย สรุปเลยต้องเดินสายไฟแยกมาใหม่อีกเส้นไว้ใช้กับเครื่องเสียงไปเลย


เสี่ยครับๆๆ ตอนนี้เสี่ยใช้ของไรอยู่อ่ะครับ >,< >,< >,<

Aof Topview
16-12-09, 10:29
Wattgate 381 ทอง น่าเล่นจริง ๆ ครับ เห็นขายกันในเวปเครื่องเสียง ราคามือสองนี่แทบไม่ตกเลย ย้ายไปไหนก็เกะไปด้วยได้ ฃ
เมื่อก่อนเคยคิดตอนมาลองสายไฟกับ pb6 ใหม่ ๆ เข้าท่าดี ๆ แต่มองไปที่ปลั๊กไฟบ้านกันสายไฟระโยงระยาง อนาถจริง ๆ
เลยคิดว่าใช้สายไฟดี ๆ แล้วก็ pb6 แต่ต้นทางมันระโยงระยางแบบนี้มันจะช่วยได้มั้ยเนี่ย สรุปเลยต้องเดินสายไฟแยกมาใหม่อีกเส้นไว้ใช้กับเครื่องเสียงไปเลย


เสี่ยครับๆๆ ตอนนี้เสี่ยใช้ของไรอยู่อ่ะครับ >,< >,< >,<



AC HiFi-Tuning Power Cord 6SQm.Bulk, Kimber PK14 + WattGate เนี่ยอะเสี่ย
แต่ดูจากชุดของเสียแล้ว ถ้าจะเล่นท่าทางหลายตังค์แน่ ๆ โดยเฉพาะ woo ต้องสายไฟหญ่าย ๆ ฮ่า ๆๆๆ

jkung
16-12-09, 10:32
Wattgate 381 ทอง น่าเล่นจริง ๆ ครับ เห็นขายกันในเวปเครื่องเสียง ราคามือสองนี่แทบไม่ตกเลย ย้ายไปไหนก็เกะไปด้วยได้ ฃ
เมื่อก่อนเคยคิดตอนมาลองสายไฟกับ pb6 ใหม่ ๆ เข้าท่าดี ๆ แต่มองไปที่ปลั๊กไฟบ้านกันสายไฟระโยงระยาง อนาถจริง ๆ
เลยคิดว่าใช้สายไฟดี ๆ แล้วก็ pb6 แต่ต้นทางมันระโยงระยางแบบนี้มันจะช่วยได้มั้ยเนี่ย สรุปเลยต้องเดินสายไฟแยกมาใหม่อีกเส้นไว้ใช้กับเครื่องเสียงไปเลย


เสี่ยครับๆๆ ตอนนี้เสี่ยใช้ของไรอยู่อ่ะครับ >,< >,< >,<



AC HiFi-Tuning Power Cord 6SQm.Bulk, Kimber PK14 + WattGate เนี่ยอะเสี่ย
แต่ดูจากชุดของเสียแล้ว ถ้าจะเล่นท่าทางหลายตังค์แน่ ๆ โดยเฉพาะ woo ต้องสายไฟหญ่าย ๆ ฮ่า ๆๆๆ



สู้ว่าที่ amp กับ interface ของเสี่ยในอนาคตไมไ่ด้หรอก.........
ของผมอ่ะหนมๆๆถ้าเทียบกับเสี่ย :) :)

chim
16-12-09, 10:34
ผมเลือก

B. สายไฟดี-> Powerbridge6 ->(สายไฟดี กับสายไฟแถม) -> ต่อสายไฟดีเข้ากับHeadamp และสายไฟแถมเข้า DAC

จ้า

Smart
16-12-09, 10:41
ผมเข้าใจว่าสายไฟ ให้ผลชัดเจนเมื่อต่อกับ amp มากกว่ามีผลเรื่องบุคลิกต่างๆ เมื่อต่อกับ dac ใช่หรือเปล่าครับ

ถ้างั้นสายไฟของ DAC มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้องเป็นสายที่ดีกว่าสายแถมครับ

ปล. facebook คุณชิมอยู่ไหนอ่ะครับ ไม่มีลิงค์

OmoNemo
16-12-09, 10:43
คหสต. อยากให้เปลี่ยนเต้ารับผนังก่อนเลยครับจากนั้นก็เปลี่่ยนฟิวส์ที่ใช้กับอุปกรณ์หรือว่าขั้ว IEC ท้ายเครื่องเท่าที่ลองมาเห็นผลชัดกว่าเปลี่ยนสายไฟ

ส่วนสายไฟถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เปลี่ยนเป็นของดีทั้งหมดแต่ก็ไม่จำเป็นในเบื้องต้นครับ อาจจะค่อยๆ ไล่เปลี่ยนจาก

1. สายไฟเข้า PB6
2. Amp
3. DAC

ตามลำดับที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของเสียง(เท่าที่หูบ้านๆ แบบผมฟังออก)ครับ
^3^

MezzoBello
16-12-09, 10:49
สายไฟบางเส้นเหมาะกับอุปกรณ์กินกระแสเยอะๆไม่เหมาะกับอุปกรณ์กินกระแสน้อยๆเช่น CDP เพราะทำให้ tonal balance เสียไป
ยกตัวอย่างสายไฟ Hovland ไม่เหมาะกับการใช้งานในตำแหน่ง CDP

ส่วนตัวผมเลือกข้อ A
จากการทดลองเล่นสายไฟหลากหลายเส้นพบว่า
เส้นไหนดีที่สุดให้ต่อใกล้ Audio Gear ที่สุด
จะส่งผลต่อเสียงตามบุคคลิกสายมากที่สุด

นัยยะเดียวกับสายไฟจาก ตู้ main ลากมายังปลั๊กไฟ
ก็เป็นแค่สายทองแดงแกนเดี่ยว ไม่ใช่สาย Audio grade

สรุป... ไม่กี่ฟุตเข้าเครื่องเนี่ยแหละครับสำคัญที่สุด

ปล. ลองสลับเล่นดูไม่เสียหายครับ
การ matching ระหว่างสายกับอุปกรณ์ที่ใช้งาน เป็นเรื่องสำคัญ
สายราคาแพงอาจจะไม่ match กับการใช้งานกับอุปกรณ์เครื่องเสียงบางอุปกรณ์ก็ได้

ปล2. ผมทดลองกับชุดบ้านเป็นหลัก ไม่ได้เล่นหูฟังครับ

Tadj
16-12-09, 11:02
ผมเข้าใจว่าสายไฟ ให้ผลชัดเจนเมื่อต่อกับ amp มากกว่ามีผลเรื่องบุคลิกต่างๆ เมื่อต่อกับ dac ใช่หรือเปล่าครับ

ถ้างั้นสายไฟของ DAC มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้องเป็นสายที่ดีกว่าสายแถมครับ

ปล. facebook คุณชิมอยู่ไหนอ่ะครับ ไม่มีลิงค์


อยากแนะให้ใช้ สาย 1,900 บาทสำหรับ DAC ครับ ถ้าทำไได้ เหตุผลคือ,....

- DAC ต้องการการจ่ายไฟที่นิ่งเรียบ -> ก็ต้องเสียบเต้า Digital ของ PB6 อยู่แล้ว
- DAC ไม่มีการดึงกระแส สูงทันทีทันใด -> ไม่จำเป็นต้องใช้สายใหญ่มากมาย แต่ต้องใช้สาย "ดี" เพราะ ต้องการความ "สงัดเงียบ" ของ Ground Noise

หลายคนมองข้ามเรืองภาคจ่ายไฟของ DAC ไป ถ้าไปดูเครื่อง DAC ดีๆ จะเห็นว่า กว่า 1/2 ของพื้นที่วงจรในกล่อง เป็นภาคกรองไฟครับ ลองเปิดฝาเครื่องดูครับ
;) :)

redbook
16-12-09, 11:23
หลายคนมองข้ามเรืองภาคจ่ายไฟของ DAC ไป ถ้าไปดูเครื่อง DAC ดีๆ จะเห็นว่า กว่า 1/2 ของพื้นที่วงจรในกล่อง เป็นภาคจ่าย+กรองไฟครับ ลองเปิดฝาเครื่องดูครับ

x1,999 :)

MezzoBello
16-12-09, 11:31
DAC ต้องการการจ่ายไฟที่นิ่งเรียบ ไม่จำเป็นต้องใช้สายใหญ่มากมาย แต่ต้องใช้สาย "ดี"

;) :)
ความนิ่งของระบบไฟ และคุณภาพของสายไฟมีผลต่อ DAC มาก อย่างน้อยๆก็ OMZ DAC
เมื่อไหร่จะได้กลับมาเล่นเนี่ย -v-

MezzoBello
16-12-09, 13:26
เพิ่มเติมอีกหน่อย...
ผมเคยใช้ DAC ที่ต้องป้อนไฟ DC เช่น (Super Pro 707)
การจ่ายไฟผ่าน Adapter ต่างชนิดกันเช่น
เปลี่ยนจาก Switching Adapter เป็น Linear Adapter หรือถ่านไฟฉาย
ก็จะสังเกตพบว่าความนิ่ง สงัด ต่างกันครับ

อุปกรณ์ตัวไหนเปลี่ยนฟิวส์ได้ จับเปลี่ยนฟิวส์ (ตัวต้นทาง) ให้หมดก่อน
จากนั้นจะเล่นสายไฟต่อค่อยว่ากัน :D

robyrd
22-12-09, 14:30
เล่นไปเล่นมา Matching สายไฟ เนี๊ยแหละครับ เปลืองสุด เพราะลองก่อนไม่ได้ ต้องซื้อมาลองเลย หัวใจสำคัญ คือการ Matching ให้ต้นและปลายทางสมดุล ได้ Tonal Balance

ลองหาจุดสังเกตง่ายๆนะครับ เช่น เสียงฉาบที่เคาะไปแล้ว สายเส้นไหนให้ความกังวาลมากที่สุด เส้นไหนน้อยที่สุด และเส้นไหนสมจริงที่สุด

แต่ความยากคือ สายแต่ละเส้น ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้าทีกับอุปกรณ์ชิ้นใหม่ (เสียงทิ้งตัว) แม้ว่าจะผ่านการเบริน์มาแล้วอย่างน้อย 6 ชม. ดังนั้น ถ้าจะทดสอบแบบ AB ก็ต้องพยายามหาจุดสังเกต และจดจำให้ได้ แล้วค่อยเปลี่ยนครับ

ทดสอบจริงๆ สายไฟไม่กี่เส้น ก็ต้องมีหลายวันกว่าจะครบถ้่วนครับ

หมายเหตุ ที่สำคัญหัวท้าย จะว่าไป บางครั้งก็ง่าย บางทีก็ยากแสนเข็ญ เช่นสาย PK10 เส้นเดียวกัน หัวท้ายต่างกัน เสียงที่ได้ จะต่างกัน ที่รายละเอียดของเสียง มากกว่าเนื้อเสียง

smallarm
22-12-09, 15:14
อืมม x_x มีแต่ระดับมาสเตอร์ ทั้งนั้น
ขอบคุณนะครับ ความรู้ทั้งนั้น
นี่ ผมก็เพิ่งสั่งสาย เดอะ ฮัค ไป
ยังไม่รู้เลย ว่าจะฟังเสียงที่เปลี่ยนไปออกหรือเปล่า - -&#39; 555+

Tidal
22-12-09, 15:25
วงการนี้นี่สุดๆไปแล้วครับ สายไฟยังขนาดนี้ -.-

Smart
22-12-09, 15:35
เล่นไปเล่นมา Matching สายไฟ เนี๊ยแหละครับ เปลืองสุด เพราะลองก่อนไม่ได้ ต้องซื้อมาลองเลย หัวใจสำคัญ คือการ Matching ให้ต้นและปลายทางสมดุล ได้ Tonal Balance

ลองหาจุดสังเกตง่ายๆนะครับ เช่น เสียงฉาบที่เคาะไปแล้ว สายเส้นไหนให้ความกังวาลมากที่สุด เส้นไหนน้อยที่สุด และเส้นไหนสมจริงที่สุด

แต่ความยากคือ สายแต่ละเส้น ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้าทีกับอุปกรณ์ชิ้นใหม่ (เสียงทิ้งตัว) แม้ว่าจะผ่านการเบริน์มาแล้วอย่างน้อย 6 ชม. ดังนั้น ถ้าจะทดสอบแบบ AB ก็ต้องพยายามหาจุดสังเกต และจดจำให้ได้ แล้วค่อยเปลี่ยนครับ

ทดสอบจริงๆ สายไฟไม่กี่เส้น ก็ต้องมีหลายวันกว่าจะครบถ้่วนครับ

หมายเหตุ ที่สำคัญหัวท้าย จะว่าไป บางครั้งก็ง่าย บางทีก็ยากแสนเข็ญ เช่นสาย PK10 เส้นเดียวกัน หัวท้ายต่างกัน เสียงที่ได้ จะต่างกัน ที่รายละเอียดของเสียง มากกว่าเนื้อเสียง




ถ้าฟังเสียงจับความต่างได้แบบคุณ Robyrd ผมคงต้องมีการไล่ทดลองอะไรกันอีกมากมายแน่ๆ ครับ คงไม่มีใครจะหาสูตรสำเร็จทีเดียวจบได้ ... เส้นทางนี้ ยาวไกล และน่ากลัวมั่กๆ -.-


ผมทำสายไฟใช้เอง 2 เส้น เพิ่งเสร็จ ยังไม่ได้ลองเลย เอาแบบขำๆ .. อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าสายไฟแถม หรือสายไฟคอมพ์ล่ะว๊า...... -&#39;-

jkung
22-12-09, 15:37
เล่นไปเล่นมา Matching สายไฟ เนี๊ยแหละครับ เปลืองสุด เพราะลองก่อนไม่ได้ ต้องซื้อมาลองเลย หัวใจสำคัญ คือการ Matching ให้ต้นและปลายทางสมดุล ได้ Tonal Balance

ลองหาจุดสังเกตง่ายๆนะครับ เช่น เสียงฉาบที่เคาะไปแล้ว สายเส้นไหนให้ความกังวาลมากที่สุด เส้นไหนน้อยที่สุด และเส้นไหนสมจริงที่สุด

แต่ความยากคือ สายแต่ละเส้น ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้าทีกับอุปกรณ์ชิ้นใหม่ (เสียงทิ้งตัว) แม้ว่าจะผ่านการเบริน์มาแล้วอย่างน้อย 6 ชม. ดังนั้น ถ้าจะทดสอบแบบ AB ก็ต้องพยายามหาจุดสังเกต และจดจำให้ได้ แล้วค่อยเปลี่ยนครับ

ทดสอบจริงๆ สายไฟไม่กี่เส้น ก็ต้องมีหลายวันกว่าจะครบถ้่วนครับ

หมายเหตุ ที่สำคัญหัวท้าย จะว่าไป บางครั้งก็ง่าย บางทีก็ยากแสนเข็ญ เช่นสาย PK10 เส้นเดียวกัน หัวท้ายต่างกัน เสียงที่ได้ จะต่างกัน ที่รายละเอียดของเสียง มากกว่าเนื้อเสียง




ถ้าฟังเสียงจับความต่างได้แบบคุณ Robyrd ผมคงต้องมีการไล่ทดลองอะไรกันอีกมากมายแน่ๆ ครับ คงไม่มีใครจะหาสูตรสำเร็จทีเดียวจบได้ ... เส้นทางนี้ ยาวไกล และน่ากลัวมั่กๆ -.-


สู้ต่อไปพี่มดแดง...... -&#39;- -&#39;- -&#39;-
ปล. CIEM ดีกว่าครับ ต่อตรงทีเดียวจบ ฮ่าๆๆๆๆ(ตามมาหลอกมาหลอน......... -.- -.- -.-)

Smart
22-12-09, 15:39
^
^
^

โฮกกกกกกก ตาคนนี้น่ากลัวที่สุดแล้ว -.- -.-

archwunchai
22-12-09, 15:58
เล่นไปเล่นมา Matching สายไฟ เนี๊ยแหละครับ เปลืองสุด เพราะลองก่อนไม่ได้ ต้องซื้อมาลองเลย หัวใจสำคัญ คือการ Matching ให้ต้นและปลายทางสมดุล ได้ Tonal Balance

ลองหาจุดสังเกตง่ายๆนะครับ เช่น เสียงฉาบที่เคาะไปแล้ว สายเส้นไหนให้ความกังวาลมากที่สุด เส้นไหนน้อยที่สุด และเส้นไหนสมจริงที่สุด

แต่ความยากคือ สายแต่ละเส้น ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้าทีกับอุปกรณ์ชิ้นใหม่ (เสียงทิ้งตัว) แม้ว่าจะผ่านการเบริน์มาแล้วอย่างน้อย 6 ชม. ดังนั้น ถ้าจะทดสอบแบบ AB ก็ต้องพยายามหาจุดสังเกต และจดจำให้ได้ แล้วค่อยเปลี่ยนครับ

ทดสอบจริงๆ สายไฟไม่กี่เส้น ก็ต้องมีหลายวันกว่าจะครบถ้่วนครับ

หมายเหตุ ที่สำคัญหัวท้าย จะว่าไป บางครั้งก็ง่าย บางทีก็ยากแสนเข็ญ เช่นสาย PK10 เส้นเดียวกัน หัวท้ายต่างกัน เสียงที่ได้ จะต่างกัน ที่รายละเอียดของเสียง มากกว่าเนื้อเสียง




ถ้าฟังเสียงจับความต่างได้แบบคุณ Robyrd ผมคงต้องมีการไล่ทดลองอะไรกันอีกมากมายแน่ๆ ครับ คงไม่มีใครจะหาสูตรสำเร็จทีเดียวจบได้ ... เส้นทางนี้ ยาวไกล และน่ากลัวมั่กๆ -.-


ผมทำสายไฟใช้เอง 2 เส้น เพิ่งเสร็จ ยังไม่ได้ลองเลย เอาแบบขำๆ .. อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าสายไฟแถม หรือสายไฟคอมพ์ล่ะว๊า...... -&#39;-


สายไฟ = Wire ไฟ = ไวไฟบายมาร์ท

Windows X
22-12-09, 16:29
ซื้อสายไฟหลายๆแบบมา ราคาไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ ของผมซื้อมาไว้ก็มีอยู่ 7 แบบ ใช้จริงๆ 4 แบบ ที่เหลือก็สำรองไว้ใช้จิปาถะครับ

iTui
22-12-09, 16:51
อิ อิ ของผมนั้น......สายเส้นเดียว เสียวได้ทั้งวัน ฮี่ๆๆ :D :D

nozomi
22-12-09, 16:56
อิ อิ ของผมนั้น......สาวเส้นเดียว เสียวได้ทั้งวัน ฮี่ๆๆ :D :D


x_x

archwunchai
22-12-09, 16:58
อิ อิ ของผมนั้น......สายเส้นเดียว เสียวได้ทั้งวัน ฮี่ๆๆ :D :D


แล้ว สาย... อีกเส้น ขาด ไปแล้วหรือไงครับ คุณตุ่ย

iTui
22-12-09, 17:00
แล้ว สาย... อีกเส้น ขาด ไปแล้วหรือไงครับ คุณตุ่ย


บร๊า.......ไม่ใช่ "สายสองสลึง" ซะหน่อย อิ อิ :D :D

MezzoBello
22-12-09, 17:19
แต่ความยากคือ สายแต่ละเส้น ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้าทีกับอุปกรณ์ชิ้นใหม่ (เสียงทิ้งตัว) แม้ว่าจะผ่านการเบริน์มาแล้วอย่างน้อย 6 ชม. ดังนั้น ถ้าจะทดสอบแบบ AB ก็ต้องพยายามหาจุดสังเกต และจดจำให้ได้ แล้วค่อยเปลี่ยนครับ



สาย Cardas ก็มีบอกไว้ว่า ต้องจับเบาๆด้วยความทนุถนอม
เวลาเปลี่ยนจุดเสียบหรือมีการถอดเข้าออก ก็ต้องให้เวลาปรับตัวหน่อย >,<

ส่วนตัวผมยังไม่ได้สังเกตถึงขนาดนั้น เพราะแค่เปลี่ยนสลับจุดเสียบ
เพื่อแบ่งสรรทรัพยากรสายไฟให้ออกมา match ที่สุดก็เล่นเอามึนแล้วครับ
ส่วนตัวคิดว่าถ้ามันไม่ match มันควรจะไม่ match ตั้งแต่ต้น
แต่ถ้ามัน match แล้วทิ้งไว้ซักพักมันอาจจะดีขึ้นไปอีกได้

การฟังแบบ critical listenning อันที่จริงไม่ใช่ของโปรดผมเท่าไหร่ เพราะมันเครียดมากกว่า enjoy
แต่รักที่จะเล่นแล้วก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีให้คุ้มค่าเพื่อการเข้าถึงและความสุขในการฟังดนตรี
เหนื่อยกับการฟังสายไฟครั้งเดียว จากนั้นก็มีความสุขกับการฟังเพลง
ได้เส้นใหม่มา...ก็เหนื่อยใหม่ -*-

Smart
22-12-09, 18:27
ละเอียดอ่อนจริงๆ ... - -&#39;

นี่ครับ สายไฟ DIY ของกระผมเอง

http://www.thaiflight.com/images/taf/smart-ac1-00.jpg

http://www.thaiflight.com/images/taf/smart-ac1-01.jpg

http://www.thaiflight.com/images/taf/smart-ac1-02.jpg