รับออกแบบเว็บไซต์ โดย บริษัท ไอซี ไอเดีย จำกัด หูฟัง Headphone



ล๊อคอินเข้าบอร์ดไม่ได้เพราะถูกแบน กรุณาติดต่อ admin ส่งเมล์มาที่ avseq01.dat@gmail.com
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 25 จากทั้งหมด 25

กระทู้: เรื่อง C [Capacitor]

  1. #1

    เรื่อง C [Capacitor]

    วันนี้ผมได้รับ imod มาแล้ว ถึงเวลามาเรื่องสายละ ส่วนตัวผมมี สายของ คุณนนท์ที่ GB กันอยู่แล้ว dock2mini แล้วก็เกิดกลัวว่าแอมป์ที่จะซื้อดันไม่มี C กลัว ลามเป็นเรื่องเสียเงินอีก เลยอยากตัดไฟครับ กะว่าไปหาซื้อ C มาแล้วยัดเข้าหัวdock โดนพึ่งคุณ B_rabbit และผมก็มีdock ปล่าวอยู่อีกตัวเลยกะยัดมันด้วยเลย ปัญหาเลยมาว่า 1จะใช้C ยี่ห้ออะไรดี เห็นพี่นพพงษ์บอกว่าให้หาตัว blackgate ซัก5V.ก็ได้แต่หายาก
    2. มันสามารถหาซื้อได้ที่ไหนบ้างครับ 3. ถ้าหาไม่ได้มีตัวอื่นแนะนำไหมครับ [ขอยี่ห้อ+ขนาด+แหล่งซื้อเลยได้ก็ดีครับ]
    Portable Rig:Iphone4 + JH5
    Home Rig : MC250+Thorens 125+Mc C22

  2. #2

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    black gate ตัวที่เหมาะน่าจะเป็น type N 4.7uF ครับ แต่ตอนนี้ stock ต่างประเทศคงหมดไปแล้ว น่าจะเหลือ type N 10uF อาจจะยังพอหาซื้อได้ซึ่งก็ใช้ได้เหมือนกัน จริงๆจะลองใช้ค่าสูงกว่านี้ก็ได้ครับ ไม่ผิดกติกา แต่ถ้าเป็นผมจะใช้ค่าน้อยที่สุดเท่าที่ยังให้เสียงครบทุกความถี่

    ตัวที่น่าจะยังพอหาได้ง่ายๆก็เป็น type C 4.7uF จริงๆ C type ตั้งใจออกแบบมาให้เป็น signal coupling แต่หลายๆคนบอก N type เสียงดีกว่า อันนี้คงต้องไปลองกันเอาเองครับ

    ส่วนอัตราทนแรงดันให้เกินแรงดันที่เราใช้งานก็พอครับ เช่น line out 2Vrms จะใช้ 6.3v ก็พอได้ครับ แต่ก็มีคนบอกเหมือนกันว่าถ้าความจุเท่ากันตัวที่ทนแรงดันได้มากกว่ามักจะเสียงดีกว่า เป็นผมถ้าไม่ลำบากก็จะหา 16v หรือ 50v มาใช้

    พวกที่เกิดมาเพื่อทำงานเป็น signal coupling จริงๆน่าจะเป็นพวก Jensen / Audionote / V-cap เป็น Copper หรือ Tin หรือ Silver/Gold Foil ฉนวนเป็น Paper in Oil หรือพวก teflon พวกนี้ความจุไม่สูงมากแต่ตัวใหญ่เพราะทนไฟสูงระดับหลายร้อยโวลต์ แนะนำให้ใช้ประมาณ 0.1uF 0.22uF ถึง 0.47uF ครับ ราคาก็มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่น ก็ลองเลือกใช้ดูครับ

    คงต้องหาซื้อเมืองนอกอย่างเดียว แต่เมืองไทยก็คงมีคนปล่อยขายเรื่อยๆ ลองเข้าไปดู http://www.htg2.net กับ http://www.thaidiyaudio.net ลองดูในลิงค์ที่เป็น classified หรือพวก banner ร้านค้าในนั้นอาจจะพอมีหรือสั่งซื้อได้ครับ
    you are so complex, you dont respond to danger.
    d-code dac-1 v2 smd + bgnx
    xpos minidrive v1 + ps / xpos h:drive v1
    k1k 1xxx

  3. #3

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    ผมได้ iNop กลับมาแล้ว และพบว่า Earmax ไม่มี C Input

    ดีที่มี Dock ของคุณชิที่มี C อยู่ด้วย ก็เลยเพิ่งได้ลอง แต่ก็ัสงสัยว่าต่อ iNop -> Dock adaptor -> Mini to RCA -> RCA -> Earmax - Headphones เสียงมันจะดีตามที่น่าจะเป็นหรือด้อยลงไป พอมีใครให้คำแนะนำได้ป่าวครับ

    และด้วยอาการ "คัน แบบชาว DIY" ที่ยังคงอยู่ เลยโทรไปคุยกับคุณชิและได้รับคำแนะนำดีๆ เยอะเลย จนทำให้ผมคิดการใหญ่ต่อไปว่า จะทำ iMod Dock สักตัว





    แต่ไม่ใช้ VCAP ที่ราคาสูงคอดดดดดดด

    มาใช้อันนี้แทน



    เห็นเค้าบอกว่า C พวกนี้จะทำให้สัญญาณเสียงมันนิ่งขึ้นไปอีก ทำให้คุณภาพเสียงมันได้ราวๆ กับ CD Player ราคาหลายหมื่น (ในเว็บ ALO คุยว่า เกินระดับราคา $1,000+)

    ได้รับคำแนะนำว่า ค่า 2.2 uF กำลังดี ในขณะที่ 3.3 หรือ 4.7 จะำทำให้เสียงหนาไป ....

    ไม่รู้จะเริ่มทำเมื่อไหร่ แต่คงทำแน่ๆ ให้มีทั้ง iPod Charger และ Mini Output ด้วย แต่อันหลังนี่ไม่รู้ทำไว้ทำไมนะ - -'

    งบประมาณคงไม่เกิน 3,000 บาท ในขณะที่ ALO ทำขายอยู่ไม่ต่ำกว่า 400 เหรียญ (14,000 บาท) ... คนเราัมันหาเรื่องไปเรื่อย

    ยังมีคำถามอีกเยอะ เพราะไม่เคยเล่นกับ Dock iPod มาก่อน (ไ่ม่นับ Pegasus dock) อยากถามว่า ควรจะใช้สายอะไรดีครับ สายทองแดงชุบเงิน 22G ของเว็บกระป๋องดอทคอม ดีพอหรือเปล่า

  4. #4

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    มี C อีกหลายอันให้เลือกครับ

    > ร้านสุวรรณภูมิออดิโอ







    Obbligator ของจีนนี่น้องใหม่มาแรง มีรีวิวของคุณ Tony Gee's Capacitor Test ดีมาก

    http://www.humblehomemadehifi.com/Cap.html

    แต่จอมยุทธก็ยังคงเป็น Mundorf Gold !! www.htg2.net บอร์ด DIY มีลิ๊งค์ร้านขายครับ เคยจะสั่งมาใส่ในเน็ตเวิร์คลำโพงแต่พอรวมแล้วมันเท่ากับค่าตัวหูเห็ดดีได้เลย
    Headphones: Stax 4040A, HE-5LE, Sony CD3000 & 2000, Senn HD800 APS V3, HD445, Creative Aurvana, (JVC DX1000, Ultrasone Pro 2500, K701, HE-5) Portable: iPad 3G, iPod Classic, iPod Nano G3 + Thunderbolt, (X1050, WhipMOD) Earphones: E-30 Mod, ACS T1, Sony MDR-E888, (W3,UM3X,UE700) Source & HeadAmp: OMZ D-2.5A V4.1, Minute Audio interface: Metric Halo ULN-2, Lynx AES16e, M-Audio Firewire Solo USB, Creative Live! USB, Audigy2, ESI Juli@ PC Transport: Shuttle XPC + OSX 10.5.8 My Hi-Fi Here -- Any man who says "men don't cry" has never listened to this piece. A reason for men to fall in love Here

  5. #5

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    ว่าจะสั่งซื้อจากร้านสุวรรณภูมินี่แหละครับ

    ตอนนี้ผมต่อแบบนี้อยู่

    iNop -> Dock to Mini Adaptor (with C) -> Mini to RCA Adaptor -> RCA to RCA -> Earmax SE -> HD650

    ก็ง่ายดีไม่ต้องหาเรื่องอีก แต่เสียงมันจะดร๊อปมากหรือเปล่าครับ กลัวว่าจะไม่ได้ฟัง iNop แบบที่สุดที่มันน่าจะได้ เลยเกิดอาการคัน

  6. #6
    คนหูเหล็ก รูปส่วนตัว Sgt.Peppers
    สมัครเมื่อ
    24 12 08
    ที่อยู่
    Chonburi,Thailand
    โพสต์
    2,004

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    เอา link test cap(ไม่หมู) http://www.audiocircle.com/index.php?topic=54218.0
    ลองอ่านดูครับ
    น่าลองทุกตัว

  7. #7

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    แนวทางก็คือถ้าสัญญาณมีไฟตรงปนมาด้วยแบบใน ipod ก็ให้หา cap ที่ดีที่สุดมา block ไฟตรงนั้น เพียงจุดเดียวในระบบ แต่ถ้าสัญญาณขาออกไม่มีไฟตรงปนมา และระบบที่ใช้สามารถทำเป็น direct coupling ได้ตลอดจนถึงหูฟังหรือลำโพงเลย กรณีนี้ไม่ใช้ cap เลยจะดีกว่าครับ ส่วนการต่อผ่าน connector เยอะๆก็มีผลเสียเช่นกัน พยายามใช้ connector ในระบบให้น้อยที่สุด สั้นที่สุด คุณภาพดีที่สุด เดี๋ยวนี้อาจจะเห็นบางคนเอา dac ไปไว้ในกล่องแอมป์ เอาแอมป์ไปใส่ในลำโพงแล้วเดินสายสั้นๆ ก็ได้ผลดี

    จริงๆมีเรื่องน่าทำอีกเยอะเหมือนกัน เช่นแยก system ซ้ายขวาให้เด็ดขาดจากกันไปเลย อาจจะใช้ dac 2 ตัวแยกหรือ dual mono ก็ได้ จะเป็นระบบ differential หรือ direct interpolation +/- differential ก็ได้ แอมป์ก็อาจจะใช้สองตัวหรือ dual mono แยกกราวน์ซ้ายขวาและพยายามให้เป็น direct coupling ทั้งระบบ

    เรื่องสายในเวป kaponk จะซื้อมาลองดูก็ได้ครับ แต่ถ้าเคยลองสายดังๆตัวไหนแล้วเสียงดีจะแกะออกมาใช้เลยก็จะทุ่นเวลาตรงนี้ไปได้เหมือนกันครับ เวลาบัดกรีก็พยายามให้สายแตะกับ connector เยอะๆก่อนนะครับ ตรงนี้ถ้ามีน้ำยาอะไรก็ทาเข้าไปด้วยครับ แล้วค่อยหยอดตะกั่วตามเข้าไป

    cap ราคาไม่แพงที่ผมเคยทดลองใช้แล้วพบว่ามีอะไรน่าสนใจก็คือ teflon cap k72p6 กับ jensen copper foil pio ครับ ส่วนตัวใหม่ๆใน list ของพี่ redbook ผมมีไว้ในครอบครองบ้างแล้วแต่ยังไม่มีเวลาลองซักที แต่เท่าที่อ่านรีวิวจากฝั่งฮ่องกงเห็นว่าเสียงดีทีเดียวครับ

    Earmax SE ตัวนี้เป็นหลอดรึเปล่าครับ แล้วภาค output สุดท้ายเป็น ocl หรือ otl ครับ ถ้าเป็น otl อาจจะลองดูว่าเค้าใช้ output capacitor ยี่ห้ออะไร เราอาจจะใช้ cap ที่ดีขึ้นใส่เข้าไปได้อีกครับ หรือทำการ bi cap / tri cap / quad cap อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็มีอีกวิธีนึงหา output transformer ดีๆมาใส่แทน หลายๆท่านบอกว่าเสียงดีกว่า output cap อันนี้อาจจะแล้วแต่คนชอบครับ
    you are so complex, you dont respond to danger.
    d-code dac-1 v2 smd + bgnx
    xpos minidrive v1 + ps / xpos h:drive v1
    k1k 1xxx

  8. #8

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    ขอบคุณ คุณ Digital มากครับ สำหรับคำแนะนำดีๆ อย่างนี้ ผมคงไปไม่ถึงการแยก system ครับ อยากได้แค่ dock ดีๆ ที่ราคาไม่สูงเกินไป และไ่ม่ต้องไปซื้อเป็นหมื่นๆ

    Earmax เป็นหลอด Class-A-single-ended-Triode, Outputtransformerless (OTL) design ครับ สงสัยต้องได้เปิดดูข้างในกันบ้างแ้ล้ว

  9. #9

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    ขอบคุณคุณ digital ครับ มีอะไรอย่าลืมมาฝากกันนะ ..... เย้มีนัก DIY ตัวขิงๆมาแย้ว

    คุณ Smart จะรื้อ EarMax นี่สงสัยจะหาโปรเจคใหม่ ยังมี DA อีกตัวด้วยนะ
    Headphones: Stax 4040A, HE-5LE, Sony CD3000 & 2000, Senn HD800 APS V3, HD445, Creative Aurvana, (JVC DX1000, Ultrasone Pro 2500, K701, HE-5) Portable: iPad 3G, iPod Classic, iPod Nano G3 + Thunderbolt, (X1050, WhipMOD) Earphones: E-30 Mod, ACS T1, Sony MDR-E888, (W3,UM3X,UE700) Source & HeadAmp: OMZ D-2.5A V4.1, Minute Audio interface: Metric Halo ULN-2, Lynx AES16e, M-Audio Firewire Solo USB, Creative Live! USB, Audigy2, ESI Juli@ PC Transport: Shuttle XPC + OSX 10.5.8 My Hi-Fi Here -- Any man who says "men don't cry" has never listened to this piece. A reason for men to fall in love Here

  10. #10

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    DA นี่คืออะไรครับพี่

  11. #11

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ Smart
    DA นี่คืออะไรครับพี่
    อ้าว "ดีเอ" นี่ภาษานักเล่นเครื่องไฮเอ็นด์ เขาใช้เรียกอุปกรณ์ต่อเสริมเครื่องเล่นซีดีให้ทำเสียงออกมา แต่ก่อนตัวเป็นหลายแสน เด๋วก็คือ DAC (Digital-Analog Conversion/Converter) ราคาชาวบ้านๆก็มี โมได้แหลกพอกัน ดูอย่าง Grace ของคุณ Windows X เหลือแต่หน้ากาก ล้างใส้เกือบหมด
    Headphones: Stax 4040A, HE-5LE, Sony CD3000 & 2000, Senn HD800 APS V3, HD445, Creative Aurvana, (JVC DX1000, Ultrasone Pro 2500, K701, HE-5) Portable: iPad 3G, iPod Classic, iPod Nano G3 + Thunderbolt, (X1050, WhipMOD) Earphones: E-30 Mod, ACS T1, Sony MDR-E888, (W3,UM3X,UE700) Source & HeadAmp: OMZ D-2.5A V4.1, Minute Audio interface: Metric Halo ULN-2, Lynx AES16e, M-Audio Firewire Solo USB, Creative Live! USB, Audigy2, ESI Juli@ PC Transport: Shuttle XPC + OSX 10.5.8 My Hi-Fi Here -- Any man who says "men don't cry" has never listened to this piece. A reason for men to fall in love Here

  12. #12

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    ยินดีครับคุณ Smart ผมแค่พูดให้ฟังคร่าวๆเฉยๆครับว่ายังมีอะไรที่พวกเราสามารถเล่นได้อีกเยอะในโลก DIY ซึ่งจริงๆการไปถึงจุดนั้นอาจจะใช้งบประมาณน้อยกว่าหมื่นก็เป็นได้ครับ พอดีเห็นบอกว่าอยากจะเล่นให้สุดๆ เลยพาออกทะเลไปไกลหน่อย

    มานั่งคิดๆดู จริงๆถ้า Earmax SE มันไม่มี input cap แล้วภาคขยายแรกเป็นหลอด และภาคสุดท้ายเป็น otl แล้ว ผมว่าอาจจะไม่ต้องใส่ cap เลยก็ได้ครับ เพราะไฟตรงมันไปโดนกักไว้ที่ output capacitor อยู่แล้ว จุดเดียวที่ผมเป็นห่วงคือการที่สัญญาณคร่อมมากับไฟตรงเข้าภาคขยายแรกนั้นหลอดน่าจะยังทำงานได้ แต่คาดว่าจุดทำงานของหลอดอาจจะเปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะต้องคำนวนกันใหม่ ถ้ายังไงเอาคำถามนี้ไปทิ้งไว้ที่ htg2.net ไม่ก็ diyaudio.com ดูก็น่าจะดีครับ เซียนหลอดเยอะดี ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน พี่ redbook อาจจะรู้แล้ว

    ถ้ามีวงจรลองเอามาลงดูกันก็ได้ครับ

    ผมไม่ขิงหรอกครับพี่ redbook ตอนนี้ยังเป็นหัวหอมไม่ก็กระเทียมซะมากกว่า - -'

    ปล ขอโทษด้วยผมใช้ quote ไม่ได้ ไม่รู้มันเป็นไรครับ
    you are so complex, you dont respond to danger.
    d-code dac-1 v2 smd + bgnx
    xpos minidrive v1 + ps / xpos h:drive v1
    k1k 1xxx

  13. #13

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    คุณ digital เมพจริงครับ
    Sources: WEISS MAN301 Golden DAC+Antelope ISOCHRONE OCX Clock Cans: L3K[T372/500], STAX SR-009 IEMs: UE11, JH 13 Pro, JH16, UM Sukii
    Amps: Woo Audio WES Maxxest, Minute Legacy SPKs: M&K Sound S300-S150-IW 95s, Maggies 1.7 Sub: JL F-212
    Home Theater: HTPC, Theta Casablanca III HD+Dreadnaught III, Anthem AVM60+Anthem MCA525, Parasound HALO A21
    Projector JVC X9000B Screen: 128" DNP Supernova Core II Blog: http://omonemocommon.blogspot.com/

  14. #14

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    แอบอิจฉาพวก DIY เขาคุยกัน ผมไม่ประสาเรื่องนี้เลย แต่ก็ชอบอ่าน อยากทำได้บ้างจัง
    Tube CD Player : Melody CD-M10MkII
    Headphone : LCD3
    Pre Amp : "RudiStor RP030 is Coming to Town"
    InterConnect : OriTek X-2, HG Veritas Coaxial+WBT 0110Ag by kj1, DNA Furutech Carbon Fibre XLR CF-601M
    Power Cord : Kimber PK10+Wattgate Gold 330i 350i, Shunyata Taipan Alpha, Monitor Kable AC2502 w/Furutech FI-11CU

  15. #15

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ digital
    ยินดีครับคุณ Smart ผมแค่พูดให้ฟังคร่าวๆเฉยๆครับว่ายังมีอะไรที่พวกเราสามารถเล่นได้อีกเยอะในโลก DIY ซึ่งจริงๆการไปถึงจุดนั้นอาจจะใช้งบประมาณน้อยกว่าหมื่นก็เป็นได้ครับ พอดีเห็นบอกว่าอยากจะเล่นให้สุดๆ เลยพาออกทะเลไปไกลหน่อย

    มานั่งคิดๆดู จริงๆถ้า Earmax SE มันไม่มี input cap แล้วภาคขยายแรกเป็นหลอด และภาคสุดท้ายเป็น otl แล้ว ผมว่าอาจจะไม่ต้องใส่ cap เลยก็ได้ครับ เพราะไฟตรงมันไปโดนกักไว้ที่ output capacitor อยู่แล้ว จุดเดียวที่ผมเป็นห่วงคือการที่สัญญาณคร่อมมากับไฟตรงเข้าภาคขยายแรกนั้นหลอดน่าจะยังทำงานได้ แต่คาดว่าจุดทำงานของหลอดอาจจะเปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะต้องคำนวนกันใหม่ ถ้ายังไงเอาคำถามนี้ไปทิ้งไว้ที่ htg2.net ไม่ก็ diyaudio.com ดูก็น่าจะดีครับ เซียนหลอดเยอะดี ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน พี่ redbook อาจจะรู้แล้ว

    ถ้ามีวงจรลองเอามาลงดูกันก็ได้ครับ
    ไม่มีวงจรครับ ถ้ามีผมก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดีนั่นแหละ

    ก็ยังสงสัยว่าทำไม iNop อีกตัวนึงที่พี่หนึ่ง Colo1 ไปทำมา ให้สัญญาณออกที่ mini ถึงไม่มีอาการเดียวกับผม (ไฟ DC) แต่ของผมออกทาง dock ดันมี ตอนนี้กำลังช่างใจว่า จะทำ iMod Dock นี่ (พร้อมกับงบประมาณอีก 2.5-3 พันบาท) หรือว่าใช้ Dock to Mini Adaptor ที่มีอยู่แล้วของคุณชิ แล้วต่อพ่วงอีกยาวตามที่บอกไปแล้ว ใจนึงก็อยากรู้ว่าถ้าลงทุนเพิ่มเสียงจะดีมากขึ้นแค่ไหน ได้เสียงขนาดฟังจากเครื่องเล่นซีดีระัดับแพงๆ ได้หรือไม่ หรือว่าพอใจแค่นี้ดี เพราะ็ก็ไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะดีขึ้นหรือไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

  16. #16

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    inop นี่คือ ipod ที่เอา output cap ออกรึเปล่าครับ ถ้าทำสองเครื่องออกมาไม่เหมือนกันผมว่าลองถามคนทำจะตรงจุดกว่ามั้งครับ แต่เคยได้ยินว่า ipod ที่ถอด cap ออกมีไฟตรงปนมานั้นไม่แปลกครับ ผมว่าตัวที่ไม่มีนั้นแปลกกว่า

    mini jack บางทีถ้าไม่ได้เสียบ jack คาไว้มันช๊อต output ลงกราวน์นะครับ เวลาวัด dc offset เลยอาจจะวัดออกมาเป็นศูนย์ แต่ความจริงแล้วมันมี dc offset อยู่

    วัดไฟตรงที่ออกมาได้กี่โวลต์ครับ ถ้าไม่มากนักผมว่ายังต่อตรงได้นะ วงจร Earmax SE น่าจะคล้ายๆ morgan jones นะครับ สมมุติติดไฟตรงมา 1v ไบอัสตรงที่เขียนไว้ 3v ก็จะกลายเป็น 2v แทน ก็เปลี่ยนแปลงแค่ 33.3% ถ้าอยากให้หลอดทำงานที่จุด bias เดิม ก็วัดค่า volt ที่คร่อม cathode resistor เก็บไว้ แล้วก็เพิ่มค่า cathode resistor เพิ่มเข้าไป 33.3% วัด volt ที่คร่อมใหม่ต้องได้เพิ่มขึ้นประมาณ 33.3% แค่นี้หลอดในภาคขยายแรกก็กลับไปทำงานที่จุดเดิมแล้วครับ

    อันนี้เป็นตัวอย่างการคำนวนของ morgan jones เฉยๆนะครับ Earmax SE ต้องวัด volt ที่คร่อม cathode resistor จริงๆเอาครับ เพราะไม่รู้ว่าใช้หลอด 6dj8 เหมือน morgan jones หรือเปล่า อีกอย่างเค้าอาจจะเลือกจุดทำงานของหลอดไม่เหมือนกันด้วย 3v ใน mj อาจจะวัดได้จริงๆ 4v 5v ใน em หรืออะไรก็ว่ากันไป dc offset จริงๆของ ipod ก็ต้องวัด แต่ทุกอย่างก็คำนวนได้ตามในตัวอย่างครับ ถ้าไม่ชัวร์ก็อย่าเพิ่งทำอะไร วัดๆอ่านๆค่ามาแล้วมาคุยกันก่อนก็ได้ครับ



    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ OmoNemo
    คุณ digital เมพจริงครับ
    555 ได้ครับ เป็นหัวหอม กระเทียม แล้วก็ เมพ ด้วยละกัน ตัวอะไรก็ไม่รู้ แต่คงไม่ต่างกะหัวหอมกะกระเทียมเท่าไหร่


    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ archwunchai
    แอบอิจฉาพวก DIY เขาคุยกัน ผมไม่ประสาเรื่องนี้เลย แต่ก็ชอบอ่าน อยากทำได้บ้างจัง
    ใน htg2.net ตอนนี้มีกระทู้แนะนำพื้นฐานต่างๆให้กับมือใหม่ diy ด้วยนะครับ ลองหาอ่านดูครับ ถ้ามีคำถามหรือติดปัญหาตรงไหน นัก diy ทั้งหลายพร้อมจะช่วยไขข้อข้องใจอยู่แล้วครับ
    you are so complex, you dont respond to danger.
    d-code dac-1 v2 smd + bgnx
    xpos minidrive v1 + ps / xpos h:drive v1
    k1k 1xxx

  17. #17

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ digital
    inop นี่คือ ipod ที่เอา output cap ออกรึเปล่าครับ ถ้าทำสองเครื่องออกมาไม่เหมือนกันผมว่าลองถามคนทำจะตรงจุดกว่ามั้งครับ แต่เคยได้ยินว่า ipod ที่ถอด cap ออกมีไฟตรงปนมานั้นไม่แปลกครับ ผมว่าตัวที่ไม่มีนั้นแปลกกว่า

    ใน htg2.net ตอนนี้มีกระทู้แนะนำพื้นฐานต่างๆให้กับมือใหม่ diy ด้วยนะครับ ลองหาอ่านดูครับ ถ้ามีคำถามหรือติดปัญหาตรงไหน นัก diy ทั้งหลายพร้อมจะช่วยไขข้อข้องใจอยู่แล้วครับ
    ใช่ครับ iNop คือฝีมือ mod ของคุณนพพงษ์ เราเลยเรียกว่า iNop ทางฝรั่งเรียกว่า iMod ครับ ที่บอกว่าเมื่อตัด Output Cap ออกไปจะทำให้เราสามารถเลือกเอา dock ที่มี Cap ดีมากๆ มาใช้ ทำให้เสียงดีแทบจะเทียบชั้นกับ CD Player แพงๆ ได้ นั่นเลยเป้นที่มาครับ

    เห็นว่าไฟที่ออกจะอยู่ราวๆ 1.5 V ครับ ยังไม่ได้แกะ Earmax SE ดูเหมือนกันสงสัยต้องลองสักที

    ไว้จะไปอ่านกระทู้พื้นฐานใน HTG2 ครับ ขอบคุณมากๆ ครับ

  18. #18

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    มีถามอีกเรื่องนึงครับ คือถ้าต้องการใช้ dock ตัวนี้ เสียบทั้ง iNop และ iPod Classic เราสามารถจะใช้ RCA จำนวน 2 คู่ โดยคู่นึงมีการต่อ C คร่อมเพื่อใช้งานกับ iNop แล้วอีกคู่ต่อตรงกับขา dock เลย (เพราะมันมี C output ในตัวแล้ว และเราไม่ได้ bypass สัญญาณออกมา ถ้าจะต่อที่ RCA ของ iNop มันจะมี C คร่อมเพิ่มเข้าไปอีก อาจจะมีการ drop ของคุณภาพเสียงหรือเปล่า)

    คำถามคือ

    1. ถ้ามี RCA 2 คู่ มันจะมีการรบกวนสัญญาณหรือเปล่า ถ้าใช้คู่นึง แล้วอีกคู่นึงไม่ได้เสียบอะไร

    2. เห็นในเว็บคุณหมูหวาน จะมีตัวป้องกันสัญญาณให้กับ RCA ที่ไมได้ต่อใช้งาน แบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาสัญญาณรบกวนใน 1 ได้หรือไม่

    3. จากที่เกริ่นไว้ข้างบน ถ้าเราทำ RCA แค่คู่เดียว (ที่มี C คุณภาพดีๆ ต่อคร่อม) เวลาเอา iPod Classic ไปเสียบ เสียงจะ drop หรือเปล่าครับ หรือน่าจะดีขึ้น เพราะถ้าไม่ต่างอะไร ก็คงทำแค่คู่เดียว (ที่มี C)
    ขอบคุณครับ

  19. #19

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ Smart
    1. ถ้ามี RCA 2 คู่ มันจะมีการรบกวนสัญญาณหรือเปล่า ถ้าใช้คู่นึง แล้วอีกคู่นึงไม่ได้เสียบอะไร

    2. เห็นในเว็บคุณหมูหวาน จะมีตัวป้องกันสัญญาณให้กับ RCA ที่ไมได้ต่อใช้งาน แบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาสัญญาณรบกวนใน 1 ได้หรือไม่

    3. จากที่เกริ่นไว้ข้างบน ถ้าเราทำ RCA แค่คู่เดียว (ที่มี C คุณภาพดีๆ ต่อคร่อม) เวลาเอา iPod Classic ไปเสียบ เสียงจะ drop หรือเปล่าครับ หรือน่าจะดีขึ้น เพราะถ้าไม่ต่างอะไร ก็คงทำแค่คู่เดียว (ที่มี C)
    ขอบคุณครับ
    ข้อ1 ไม่เคยลองจริงๆครับ
    ข้อ2 ตัวอุดถ้าหมายถึง Shorting plug เค้าเอาไว้ใช้กับ input ครับ ถ้าพี่มาร์ทเอาไปใช้กับ output ก็เหมือนเอาโหลดไปต่อมัน ซึ่งสุดท้ายก็อาจจะ...
    ข้อ3 เพิ่มC เข้าไปยังไงก็ดรอปคร๊าบ

  20. #20

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ Smart
    คำถามคือ

    1. ถ้ามี RCA 2 คู่ มันจะมีการรบกวนสัญญาณหรือเปล่า ถ้าใช้คู่นึง แล้วอีกคู่นึงไม่ได้เสียบอะไร

    2. เห็นในเว็บคุณหมูหวาน จะมีตัวป้องกันสัญญาณให้กับ RCA ที่ไมได้ต่อใช้งาน แบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาสัญญาณรบกวนใน 1 ได้หรือไม่

    3. จากที่เกริ่นไว้ข้างบน ถ้าเราทำ RCA แค่คู่เดียว (ที่มี C คุณภาพดีๆ ต่อคร่อม) เวลาเอา iPod Classic ไปเสียบ เสียงจะ drop หรือเปล่าครับ หรือน่าจะดีขึ้น เพราะถ้าไม่ต่างอะไร ก็คงทำแค่คู่เดียว (ที่มี C)
    ขอบคุณครับ
    1. มีสัญญาณกวนครับ มากน้อยตามแต่สภาพแวดล้อมและ system มันเหมือนมีสายอากาศรับสัญญาณวิทยุอยู่น่ะครับ
    2. หัวRCA ฝั่ง input ที่ลอยๆ ไว้ ต่อ shot circuit ลง ground แก้ปัญหาสัญญาณรบกวนส่วนนี้ได้ชะงัดเลยครับ
    3. C ดียังไงสัญญาณก็ดรอปครับ ยิ่งดีก็ยิ่งดร็อปน้อย แต่ความต่างก็อาจอยู่ในระดับที่ฟังแทบไม่ออก
    การดร็อปของสัญญาณที่เกิดจากต่อ blocking cap บางทีเสียงที่ได้เราอาจจะชอบกว่าเดิมก็ได้นะครับ
    ของแบบนี้ต้องลองครับพี่มาร์ท

  21. #21

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    ขอบคุณมากครับ

    ตอนนี้เรื่องที่จะให้มี charger ในตัว คงต้องตัดออกไป เพราะ iPod Photo มันชาร์ตจาก 5V ปกติไม่ได้ (คุณนพพงษ์แนะนำมา) คงจะเหลือแค่ RCA Out 2 ชุด ครับ ปัญหาตอนนี้คือ ของขาดตลาดหมดเลยทั้งขั้วทั้งสาย

  22. #22

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    inop ตัวที่ไฟตรงออก 1.5v กับอีกตัวนึงไม่มีไฟตรงออกเลย ไม่สงสัยเหรอครับว่าทำไม ผมก็อยากรู้เหมือนกัน หรือว่าใช้วงจรต่างกัน

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ Smart
    มีถามอีกเรื่องนึงครับ คือถ้าต้องการใช้ dock ตัวนี้ เสียบทั้ง iNop และ iPod Classic เราสามารถจะใช้ RCA จำนวน 2 คู่ โดยคู่นึงมีการต่อ C คร่อมเพื่อใช้งานกับ iNop แล้วอีกคู่ต่อตรงกับขา dock เลย (เพราะมันมี C output ในตัวแล้ว และเราไม่ได้ bypass สัญญาณออกมา ถ้าจะต่อที่ RCA ของ iNop มันจะมี C คร่อมเพิ่มเข้าไปอีก อาจจะมีการ drop ของคุณภาพเสียงหรือเปล่า)

    คำถามคือ

    1. ถ้ามี RCA 2 คู่ มันจะมีการรบกวนสัญญาณหรือเปล่า ถ้าใช้คู่นึง แล้วอีกคู่นึงไม่ได้เสียบอะไร

    2. เห็นในเว็บคุณหมูหวาน จะมีตัวป้องกันสัญญาณให้กับ RCA ที่ไมได้ต่อใช้งาน แบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาสัญญาณรบกวนใน 1 ได้หรือไม่

    3. จากที่เกริ่นไว้ข้างบน ถ้าเราทำ RCA แค่คู่เดียว (ที่มี C คุณภาพดีๆ ต่อคร่อม) เวลาเอา iPod Classic ไปเสียบ เสียงจะ drop หรือเปล่าครับ หรือน่าจะดีขึ้น เพราะถ้าไม่ต่างอะไร ก็คงทำแค่คู่เดียว (ที่มี C)
    ขอบคุณครับ
    1. ก็เห็นด้วยว่าน่าจะมีครับ สาเหตุก็เป็นอย่างที่ท่านอื่นตอบมา แต่จะอยู่ในระดับที่ฟังออกหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ส่วนการต่อ input 2 อันโดยไม่มี selector จริงๆไม่ค่อยน่าทำเท่าไหร่ เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไหร่ input ตัวนึงจะเห็น input อีกตัวเป็น output เห็นแบบนี้เมื่อไหร่พังแน่นอน

    ถ้าจะต่อแบบนี้ควรจะมี selector ต่อไว้เลือกแหล่ง input ครับ ใช้สวิทช์สองทางสองชั้นแบบธรรมดาก็ได้

    2. เห็นมั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น ลองไล่วงจรดูดีๆ input ตัวแรกผ่าน cap มาเจอ input ตัวที่สอง ช๊อตลงกราวน์รอไว้ เรียบร้อยครับ สัญญาณวิ่งลงกราวน์แทน ไม่ไปเข้าแอมป์ ต่อเสร็จอาจจะสงสัยทำไมเร่งโวลลุ่มยังไงก็ไม่ดัง ยังโชคดีที่ทั้ง inop และ ipod มี cap คั่น ภาค output ของทั้งสองก็คงไม่เป็นอะไรมาก แต่ถ้าเกิดเอาไปเล่นกับ source อื่นๆที่ output เป็น ocl อาจจะเลวร้ายกว่านี้อีก

    จะเห็นว่า selector สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ถ้าใส่ selector ไว้ สามารถ short input ตัวที่ไม่ใช้ลงกราวน์ได้ (ห้ามใช้ short output เด็ดขาด) โดยไม่มีผลกับ input ตัวอื่น

    3. เสียงน่าจะ drop ลงเหมือนกันครับ แต่ผมว่าคงไม่เยอะมากเท่ากับตอนเปลี่ยนจาก direct coupling มาเป็น capacitor coupling นะครับ จริงๆถ้าไม่ได้เปลี่ยน input เล่นบ่อยๆ ทำ input ไว้ตัวเดียวก็พอครับ
    you are so complex, you dont respond to danger.
    d-code dac-1 v2 smd + bgnx
    xpos minidrive v1 + ps / xpos h:drive v1
    k1k 1xxx

  23. #23

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    Well, there will be only 1 input (iPod dock socket), and there will be 2 outputs (one with Capacitors, and another without caps).

    Yeah, I'm still wondering why my iNop signal has a DC current at the dock outout, while another iNop doesn't have DC current at the mini output! I'll find that out.

  24. #24

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ digital
    inop ตัวที่ไฟตรงออก 1.5v กับอีกตัวนึงไม่มีไฟตรงออกเลย ไม่สงสัยเหรอครับว่าทำไม ผมก็อยากรู้เหมือนกัน หรือว่าใช้วงจรต่างกัน
    ตัวที่ไม่มีไฟตรงเค้าเอา cap ยัดเปลี่ยนของเดิมลงไปในวงจรเรียบร้อยแล้วมั้งครับ
    ส่วนตัวที่มีไฟตรงเค้าเอา blocking cap ออกเพื่อให้เราใช้ cap ภายนอกที่ใหญ่เกินที่จะยัดลงไปในเครื่องได้
    เป็นดังประการฉะนี้แลกระมัง

    ผมว่าคงสั่งพี่นพเค้าได้แหละครับ ว่าจะเอา output ตรงไหนให้มี blocking cap ใส่ไว้บ้าง ถ้าไม่สั่งพี่แกก็คงเอาออกโลด

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ digital
    2. เห็นมั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น ลองไล่วงจรดูดีๆ input ตัวแรกผ่าน cap มาเจอ input ตัวที่สอง ช๊อตลงกราวน์รอไว้ เรียบร้อยครับ สัญญาณวิ่งลงกราวน์แทน ไม่ไปเข้าแอมป์ ต่อเสร็จอาจจะสงสัยทำไมเร่งโวลลุ่มยังไงก็ไม่ดัง ยังโชคดีที่ทั้ง inop และ ipod มี cap คั่น ภาค output ของทั้งสองก็คงไม่เป็นอะไรมาก แต่ถ้าเกิดเอาไปเล่นกับ source อื่นๆที่ output เป็น ocl อาจจะเลวร้ายกว่านี้อีก

    จะเห็นว่า selector สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ถ้าใส่ selector ไว้ สามารถ short input ตัวที่ไม่ใช้ลงกราวน์ได้ (ห้ามใช้ short output เด็ดขาด) โดยไม่มีผลกับ input ตัวอื่น
    เอ้อจริงด้วยครับพี่ นั่นสินะ พอดีผมไม่เคยมีอุปกรณ์ 2 input ที่ไม่มี selector เลยลืมคิดไปเลย
    ดีนะไม่ได้ลองทำ



    มีคำถามหน่อยนึงครับ ผมสงสัยว่า inop imod ทั้งหลายนี่ขับหูฟังโดยตรงไม่ได้เลยใช่มั้ยครับ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี DC ที่ output

  25. #25

    Re: เรื่อง C [Capacitor]

    ต้องลองวัดดูครับว่าสัญญาณขาออกจาก inop / imod มันใหญ่พอมั้ย ถ้าใหญ่กว่า 2v peak to peak ก็ขับพวก grado ได้สบายๆครับ แต่ต้องใช้ cap ขนาดใหญ่หน่อย ซัก 100uF/6.3v ขึ้นไปเพื่อให้ครอบคลุมความถี่ต่ำด้วย ตรงนี้คงต้องหา electrolyte ดีๆมาใช้ เพราะพวก film คงได้ค่าไม่เยอะขนาดนี้ อาจจะซื้อ blackgate n/nx type มาลองก็ได้ครับ

    ตรงจุดนี้ bicap ด้วย film cap ดีๆ ค่า 0.1uF ขึ้นไปก็ได้ผลดีครับ รายละเอียดปลายเสียงจะดีขึ้นไปอีก ถ้าซื้อ blackgate n/nx มาลองก็ซื้อ nx hi-q 0.1uF/50v มา bicap ก็ได้ครับ เพราะมีรายงานเหมือนกันว่า blackgate bicap กับ film ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ แต่อันนี้คงต้องไปลองกันเองครับ

    ไม่แน่ใจว่า inop / imod ให้ output แบบ fixed หรือ variable ครับ ถ้าเร่ง/ลด volume จากตัว player ได้เลยก็รอดไป แต่ถ้า output เป็นแบบ fixed ก็ต้องหา volume ดีๆมาต่อผ่านอีกที ไม่งั้นดังหูแตก

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ Smart
    Well, there will be only 1 input (iPod dock socket), and there will be 2 outputs (one with Capacitors, and another without caps).

    Yeah, I'm still wondering why my iNop signal has a DC current at the dock outout, while another iNop doesn't have DC current at the mini output! I'll find that out.
    ถ้างั้นก็คง short output ไม่ได้ครับ

    เรื่องทำ 2 output อาจจะทำเป็น output เดียวแล้วมี switch คร่อม cap ก็ได้ครับ เวลาสับสวิทช์ก็กลายร่างเป็น direct coupling ไป
    you are so complex, you dont respond to danger.
    d-code dac-1 v2 smd + bgnx
    xpos minidrive v1 + ps / xpos h:drive v1
    k1k 1xxx

กฎการโพสต์ข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] code is เปิด
  • HTML สถานะ ปิด