รับออกแบบเว็บไซต์ โดย บริษัท ไอซี ไอเดีย จำกัด หูฟัง Headphone



ล๊อคอินเข้าบอร์ดไม่ได้เพราะถูกแบน กรุณาติดต่อ admin ส่งเมล์มาที่ avseq01.dat@gmail.com
หน้า 3 จากทั้งหมด 3 หน้า หน้าแรกหน้าแรก 123
สรุปผลการค้นหา 51 ถึง 71 จากทั้งหมด 71
  1. #51
    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ MezzoBello ดูโพสต์
    มีคำถามมาถามฮับ
    ยาอะไรเอ่ย... ชื่อพม่า แต่ไทยทำ ไทยใช้
    ฮ่าฮ่า....คุณชัยเข้าแก๊งไอ้เปี๊ยกลูกสาว ๗ ขวบ ของหนูได้เลยนะเนี่ย.............ช่วงนี้ชั้นอนุบาลถึง ป ๒ เค้าฮิตเล่นคำถามกวนๆกัน เดี๋ยวจะเอาเด็ดๆแบบที่ผู้ใหญ่ตอบไม่ได้เลยมาถามนะจ๊ะ.................ตอบ...ยาหม่อง คร๊าบบบ

    กบอะไรเอ่ย..ถูกรถสิบล้อทับก็ไม่ตาย....

  2. #52
    คนหูหนัก
    สมัครเมื่อ
    29 04 09
    อายุุ
    28
    โพสต์
    185
    กบเหลาดินสอ
    iPod Classic 160Gb.+PK2 Mod By P'Chim & Moshi Audio VORTEX Chim ED. ^^

  3. #53
    - - "
    http://www.facebook.com/pages/Thaiau...976200?sk=wall

    ไปกด Like กันหน่อยคร้บเเฟนเพจทาฟ

    http://www.facebook.com/pages/Isle-F...13245962030897

    ส่วนนี้เพจผมเองครับ ใช้ลงรูป รับจ้างถ่ายรูปด้วยครับ

    Rig บ้านๆ ไม่มีอะไรอย่าดูเลย

  4. #54
    ยากจัง ยอมแพ้ฮับ...
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย MezzoBello : 21-12-10 เมื่อ 10:35


  5. #55
    ช่วยแนะนำยาอื่นนอกจาก Kenalog สำหรับ aptus หน่อยครับ (มะช่าย herpes เด้อ) แบบว่าไม่ชอบ texture เจ้า kenalog มากๆ

    ขอบคุณค๊าบ


    Portable Gig: iPods / Xin Supermacro IV, Xin Reference, The Protector / UE11 Pro
    Desktop Gig: iMac / Oritek OMZ DAC / EarMax SE / ATH L3000
    iFever: iMac, MacBook Air, iPad, iPhone, iPod Gen3/4/5/5.5/Classic/Shuffle/Nano

  6. #56
    มาแชร์กับพี่ตุ่ยครับ ... ตอนนี้ใช้ Kamistad-Gel N คุณหมอบอกว่ามันดีกว่า Kenalog เพราะไม่มี Steroid

    ที่หลอดยามันบอกว่า

    "For painful, inflamed conditions of the mucous membrane of the mouth and lips. For denture wearers, for rubbing into the gums at pressure points"

  7. #57
    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ MezzoBello ดูโพสต์
    ยากจัง ยอมแพ้ฮับ...
    หลังจากที่ยอมแพ้กันทั้งบ้านแล้ว ไอ้เปี๊ยก มันเฉลยว่า...........ก็ กบ อดทนไง.....อึ้งอ่ะค่ะ

  8. #58
    ตอบพี่ smart และพี่ตุ่ยค่ะ.....

    ปัญหาเรื่องแผลในปากเป็นปัญหาระดับชาติจริงๆค่ะ...แขกไม่ได้รับเชิญมันมักจะมาของมันเอง ทำราวกับว่าปากเราเป็นสาธารณสมบัติที่อยากจะมาสิงสู่เมื่อไหร่ก็มาได้...แถมบางทีเค้ามากันเป็นสิบโดยมิได้นัดหมายทั้งๆที่ไม่ใช่วันตรุษ วันสารท แต่อย่างใด

    เหมียวเองก็เป็นบ่อยมาก กินข้าวก็ไม่อร่อย เมาท์ใครก็ไม่มันส์ ส่วนมากมักมากันเป็นหมู่คณะ แยกย้ายกัยจับจองทำเลดีๆ...เป็นคนที่ไม่ชอบใช้ kenalog หรือยาป้ายปากทุกชนิด เลยปล่อยให้มันหายเอง ทรมาณอยู่เป็นสองสัปดาห์ เลยปลงแล้วว่าชาติก่อนคงนินทาใครไว้มาก ชาตินี้เลยต้องมาใช้กรรม...

    kenalog ของนอกที่หลอดเป็นรูปฮิปโปเป็นยายี่ห้อที่ดีค่ะ เพราะทาแล้วเกาะแผลแน่นไม่ค่อยหลุด แต่มันรำคาญเพราะมันเหนียวๆ แถมต้องใช้วันนึงหลายครั้ง..ตอนนี้ไปซื้อ ร้านขายยาบอกว่าเลิกผลิตไปแล้ว ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่ขายดีจะตายไป หรือรวยแล้วเลิก...ของยี่ห้ออื่นเท่าที่ลองจะไม่ค่อยประทับใจเพราะทาแล้วหลุดง่ายไม่ยึดเกาะ....การที่ผลิตภัณท์เป็น topical steroid ทำให้ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้ค่ะพี่ smart เพราะไม่ค่อยดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด...แต่บางคนที่ไม่อยากใช้ steroid ก็จะเลี่ยงมาใช้ยาทาสูตรอื่นๆ ซึ่งมักมีส่วผสมของยาชา และ/หรือยาพวก antiseptic แต่ก็ใช้เวลา ๕ วัน ๗ วันเหมือนกันกว่าจะหาย และใช้วันละหลายครั้ง...ที่พี่ smart อยู่ก็เป็นยาที่ดีค่ะ

    โดยส่วนตัวแล้วเหมียวจะขี้เกียจทา พูดแล้วเสียบุคลิก เสียภาพพจน์คนสวยๆพูดจาไม่ชัดเพราะมีเจลแปะอยู่ ถ้าพูดมากเจลมันหลุดง่ายค่ะ ไม่สะดวกกับลักษณะงานที่ต้องพูดทั้งวัน แล้วบางทีจะเป็นที่ๆทายากด้วย.......ตัวเองจะใช้ kamilosan - M เป็น spray กดพ่นให้ถูกที่แผลในปาก เป็นสาร antiseptic ใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เวลาโดนแผลแล้วแสบเหมือนนางทาสถูกเฆี่ยนด้วยหวายแล้วใช้น้ำเกลือราด (เอ่อ...พูดเกินจริงไปมากค่ะ...แค่แสบๆพอสะใจค่ะ).....ตัวนี่จะชอบใช้เพราะพ่นสะดวก ซอกซอนไปแม้มุมลึกๆ แถมพ่นแล้วปากห้อม หอม....ทุกวันนี้จะใช้ตัวนี้ สลับกับบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ( ทำง่ายๆแค่เกลือธรรมดาครึ่งช้อนชา คนในน้ำอุ่นครึ่งแก้ว).....ลองดูนะคะ...ใช้เองแล้วได้ผล แล้วปากหอมทั้งวันหล่ะค่ะ

    การใช้ยาเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ....ต้นเหตุของโรค เช่น ความเครียด ดื่มน้ำน้อย ท้องผูก นอนน้อย อดนอน หรือใช้ยาบางชนิดที่กดภูมิต้านทาน...โรคนี้ถ้าภูมิคุ้มกันต่ำเมื่อไหร่ มันจะมาเยี่ยมคุณทันที

    พี่ตุ่ยเป็นแล้วรำคาญนะคะ มันคืออุปสรรคในการดำรงชีวิตของพี่ตุ่ยจริงๆ หนูเข้าใจจ้ะ....เฮ้อ...ผูกปิ่นโตแล้วกินไม่สะดวก ....แกงมันเผ็ดไปมั้งคะหรือว่าอย่างไร...

  9. #59
    ขอบคุณครับคุณเหมียว ผมเคยลองไม่ทายาที่ปาก ปรากฏว่าไข้ขึ้นเลยเพราะมันใหญ่ขึ้นๆ จนต้องใช้ยาครับ ... เพิ่งกระจ่างเรื่อง topical steroid ด้วย

  10. #60
    ส่ง pm ไม่ได้เลยค่ะ ขอตอบพี่ smart ว่าเอาผลเลือดให้ อ.หมอโรคเลือดดูแล้ว ปกติดีค่ะ ค่าเกร็ดเลือดปกติค่อนไปทางต่ำเค้าเลยไม่รับบริจาคเพราะถ้าเอาไป พี่ smart จะมีปัญหาทีหลังได้เพราะเกร็ดเลือดต่ำเกิน เอาไว้ใช้ประโยชน์กับตัวเองดีกว่าค่ะ

  11. #61
    ขอบคุณมากครับคุณเหมียว ขยันจริงๆ ขนาดเพิ่งออกจากโรงพยาบาลนะ ดูแลสุขภาพมากๆ ด้วยครับ

  12. #62
    คนหูหนัก รูปส่วนตัว PK_Long
    สมัครเมื่อ
    25 01 10
    ที่อยู่
    Phang-nga/Phuket
    โพสต์
    119
    ปรึกษาหมอเหมียวครับ

    พอดีไม่สบาย ไอมาหลายวัน ไปตรวจที่รพ. คุณหมอให้ยา KLACID MR (500MG) โดยให้กินครั้งละ 2 เม็ด ต่อวัน กินแล้วรู้สึกมวนท้องทั้งวันเลย
    รู้สึกว่ายามันเกินขนาดไปหรือเปล่าครับ ที่แพ็คยา เขียนว่า Klacid MR onece a day ด้วย หมายถึงทาน 1 เม็ดต่อวันหรือเปล่าครับ
    วันนี้เลยทานแค่หนึ่งเม็ด ไม่งั้นทำงานไม่ไหวแน่ ไปเจอพี่คนนึงเขาเคยกินตัวนี้เหมือนกัน แกบอกว่าแกทานแค่วันละ 1 เม็ดเอง
    (ผมหนักประมาณ 80 KG ครับ) รบกวนด้วยครับ

    ปล.หาข้อมูลในเน็ต ยาตัวนี้มีขนาด 250MG ด้วย เป็นไปได้ไหมว่าคุณหมอสั่งให้จ่ายยาคนไข้ 2 เม็ด แต่เป็นขนาด 250MG แต่เภสัชเข้าใจว่าเป็น 500MG 2 เม็ด
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย PK_Long : 14-08-11 เมื่อ 14:01
    SOURCE : IPOD Color 20G // GigaLab Moon DAC
    Portable Amp : Mini RA1 by chim
    Headphones : Grado SR-80 // Grado HF-2 #103 // AKG-701 Mo. // Pro 2500 // PK1 Mo.
    Mini Speaker : BOSE SoundDock portable // Boston acoutics Media Theather

  13. #63
    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ PK_Long ดูโพสต์
    ปรึกษาหมอเหมียวครับ

    พอดีไม่สบาย ไอมาหลายวัน ไปตรวจที่รพ. คุณหมอให้ยา KLACID MR (500MG) โดยให้กินครั้งละ 2 เม็ด ต่อวัน กินแล้วรู้สึกมวนท้องทั้งวันเลย
    รู้สึกว่ายามันเกินขนาดไปหรือเปล่าครับ ที่แพ็คยา เขียนว่า Klacid MR onece a day ด้วย หมายถึงทาน 1 เม็ดต่อวันหรือเปล่าครับ
    วันนี้เลยทานแค่หนึ่งเม็ด ไม่งั้นทำงานไม่ไหวแน่ ไปเจอพี่คนนึงเขาเคยกินตัวนี้เหมือนกัน แกบอกว่าแกทานแค่วันละ 1 เม็ดเอง
    (ผมหนักประมาณ 80 KG ครับ) รบกวนด้วยครับ

    ปล.หาข้อมูลในเน็ต ยาตัวนี้มีขนาด 250MG ด้วย เป็นไปได้ไหมว่าคุณหมอสั่งให้จ่ายยาคนไข้ 2 เม็ด แต่เป็นขนาด 250MG แต่เภสัชเข้าใจว่าเป็น 500MG 2 เม็ด
    ลองอ่านหน้าซองยาว่าเขียนตรงกับชื่อยาที่แผงหรือไม่ แต่เดิมยานี้มีแบบเม็ดแบบธรรมดา มี 250,500 mgซึ่งต้องกินวันละสองครั้ง ผู้ป่วยอาจลืมกินยาได้

    เพื่อความสะดวกบริษัทจึงออกแบบเม็ดยาให้อยู่ในรูปออกฤทธิ์เนื่น คือยาจะค่อยๆละลายทีละน้อยกินเพียงมื้อเดียวสามารถออกฤทธิ์ได้ทั้งวัน

    KLACID MR (modified release) 500 mg กินสองเม็ดวันละครั้งพร้อมอาหารกรณีนี้ถูกต้องแล้วค่ะ เป็นขนาดปกดิที่ใช้ในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ. ที่เพื่อนกินหนึ่งเม็ดเพราะเค้าน้ำหนักน้อยรึเปล่าคะ หรือได้ KLACID ไม่ MR

    อาการข้างเคียงที่พบบ่อยในยาตัวนี้คือคลื่นไส้อาเจียน ระบบทางเดินอาหารแปรปรวน ท้องเสีย ขมปากเพราะยาขับออกทางน้ำลาย เป็นยาที่ดีค่ะแต่น่าจะทนอาการข้างเคียงไม่ไหวล่ะค่ะ การลดยาเหลือเม็ดเดียวไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะขนาดยาตำ่เกินไปจะฆ่าเชื้อไม่สำเร็จและมีโอกาสดื้อยาได้สูง

    แนะนำว่าไปหาหมอเพื่อเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นค่ะ หรืออาจให้แบบธรรมดา 500 มก. เช้า เย็น. ยานี้ห้ามบด/แบ่ง/เคี้ยวค่ะ

  14. #64
    คนหูหนัก รูปส่วนตัว PK_Long
    สมัครเมื่อ
    25 01 10
    ที่อยู่
    Phang-nga/Phuket
    โพสต์
    119
    ขอบคุณหมอเหมียวมากครับ เป็นอย่างที่หมอเหมียวบอกทุกอย่างเลยครับ
    คลื่นไส้ ท้องไส้ปั่นป่วนทั้งวัน ขมปาก กินอะไรก็ไม่อร่อย
    พรุ่งนี้จะทานตามปกติ หลังอาหารเช้าวันละสองเม็ด จนครบ ถ้าไม่ไหวจริง จะไปขอเปลี่ยนยาตัวอื่นครับ

    ขอบคุณหมอเหมียวอีกครั้งครับ
    SOURCE : IPOD Color 20G // GigaLab Moon DAC
    Portable Amp : Mini RA1 by chim
    Headphones : Grado SR-80 // Grado HF-2 #103 // AKG-701 Mo. // Pro 2500 // PK1 Mo.
    Mini Speaker : BOSE SoundDock portable // Boston acoutics Media Theather

  15. #65
    เรื่องคลื่นไส้ ถ้ากินหลังอาหารทันทีและกินแบบอิ่มน่าจะช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง ถ้ากินอาหารน้อยนิดมักจะคลื่นไส้อาเจียนค่ะ

    ท้องไส้ปั่นป่วนทั้งวัน ถ้าเป็นไม่มากพอทนได้ก็กินต่อแต่ถ้าเป็นมากและต้องกินอีกหลายวันน่าจะไปพบแพทย์ กรณีนี้หมออาจสั่งยาเพิ่มให้เป็นยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ปรับระบบทางเดินอาหารเช่น MOTILIUM M กิน ๑ เม็ดก่อนอาหารสามสิบนาที หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นยาตัวอื่นไปเลยค่ะ

  16. #66
    คนหูเหล็ก รูปส่วนตัว Jangster
    สมัครเมื่อ
    21 09 08
    อายุุ
    36
    โพสต์
    1,500
    อยากทราบว่าหากปวด gout มาร่วมสองอาทิตย์กว่าแล้วไม่หาย (ไม่ได้กิน colchicine ตอนแรกที่ปวด) มียาหรือคำแนะนำอะไรให้หายปวดบ้างใหมครับ

    ช่วงหลังกินทั้ง colchicine, voltaren และ Arcoxia ก็เหมือนจะหายปวดด้วยยาสองตัวหลัง....แต่ก็เป็นเพียงฤทธิ์ยาเท่านั้น เมื่อยาหมดก็นรกเหมือนเดิม

    หลังๆสองสามวันมาลองกิน Apple Cider Vinegar (unfiltered) หรือพวก เชอรี่สดมากๆ เพราะได้ยินว่าช่วยเหมือนกัน..... แถมประคบร้อนที่นิ้วโป้งเพื่อให้หายบวม แต่เหมือนจะหายช้ามากๆผิดกับทุกๆทีในอดีต มีอะไรพอทำได้อีกใหมครับ

    ปล. ไปหาหมอมา เค้าก็บอกว่า gout แน่ๆ และก็ให้ allopurinol + colchicine กลับบ้านมา
    Source: Bluenote Stibbert Tube [Telefunken CCa]
    DAC: Weiss DAC202 HeadAmp: Woo WA22 Maxxed FullSizePhone: Senn HD800 + APS V3 XLR, ATH W3000ANV
    Pre: Bryston BP-26 Power: Bryston 4B-SST2 Speaker: ProAc D18
    Cond: Clef Puresine 1000 [R1, FPD20-R, Bybee], Bybee Block [Mundoft Silvergold 3runs, Watt381 x2, Bybee x2]
    IC Cables: Crystal Cable Reference XLR x2
    Power Cables: Nordost Valhalla x2, Iego 70810 mkII x2, Purist Audio Design Aqueous, Pangea AC9 x2, AudioQuest NRG3
    Speaker Cables: Crystal Cable Reference + Biwire Splitter

    Coming Soon: Lots of credit card bills and invoices

  17. #67
    การปวดข้อจาดโรคเกาต๊เกิดจากระดับกรดยูรึกในเลือดสูงเกินไป กรดยูริกมีการตกผลึกเป็นของแข็งอยู่บริเวณข้อ. นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มีอาการปวด บวม ข้อแดงอักเสบ หมอก็จะให้ยาแก้ปวดข้อ เช่น colchicine.ตัวนี้ปรับยาได้ตามอาการปวดและอาการข้างเคียง ปกติกิน 1 เม็ดวันละสามครั้ง หลังอาหาร เช้า เที่ยง เย็น แต่ถ้าท้องเสียก็ลดจำนวนมื้อลงได้ค่ะ หมออาจให้ยาแก้ปวดเฉียบพลันนั่นก็คือ voltaren , arcoxia แปลกใจนิดหน่อยที่หมอให้ยากลุ่มเดียวกันสองอย่าง เข้าใจว่ากินระยะสั้นๆเลยสั่งให้ voltaren ออกฤทธิ์เลยแต่ต้องกินวันละสามมื้อและยาระคายเคืองกระเพาะจึงต้องกินหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำเยอะๆ

    พรุ่งนี้ต่อนะคะ ง่วงแล้วววจ้า

  18. #68
    ส่วน arcoxia เป็นยาแก้ปวดอักเสบตัวใหม่ๆที่พัฒนาให้มีอาการข้างเคียงเรื่องระคายกระเพาะน้อยมากๆ กินสะดวกแค่วันละครั้ง เป็นยาที่ดีแต่ออกฤทธิ์ไม่ทันจเหมือน voltaren
    สองตัวหลังเป็นการรักษาที่ปลลายเหตุ เมื่อหยุดยาจึงปวดอีก

    ไปหาหมอก็ดีแล้วค่ะได้ยาที่เหมาะสมแล้ว allopurinol เป็นยาที่ช่วยลดกรดยูริกค่ะ

    กรดยูริกจากภายนอกร่างกายเกิดจากการเผาผลาญอาหารที่มีสาร purine จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มี purine สูง ได้แก่ เครื่องใน เนื้อ ปลา อาหารทะเล สัตว์ปีก ถั่วเหลือง ถั่วแดง ยอดผักที่มีรสจืด หวาน มัน เช่น ตำลึง ยอดกระถิน ชะอม นอกจากนี้ก็มีแตงกวา ถั่วงอก หน่อไม้ฝรั่ง เรื่องอาหารยังเป็นที่ถกเถียงกันค่ะว่าตัวไหนควรกิน ไม่ควรกิน เพราะการทำวิจัยทำในฝรั่งซะส่วนใหญ่ บางบทความก็ว่าช่วงที่กินยาลดกรดยูริกสามารถกินอาหารที่มี purine สูงได้ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงชัวร์กว่าค่ะ บางอย่างก็เลือกกินได้แต่อย่าเยอะมาก purine จะพบมากในโปรตีน. งั้นจะให้กินอะไรหล่ะ ห้ามซะหมด 555 ส่วนมากจะแนะนำคนไข้ว่า ปลาแะถั่วเหลืองกินได้ เนื้อ หมู กินแต่พอควร ที่ห้ามมักจะเป็น เครื่องใน สัตว์ปีก ยอดผักค่ะ

    ๑.โรคเกาต์พบมากในเพศชาย
    ๒.ความอ้วนทำให้กรดยูริกสูง ต้องลดน้ำหนักนะคะ
    ๓.งดแอลกอฮอล์
    ๔.ดื่มนำ้อย่างน้อยวันละสามลิตรเพื่อขับกรดยูริก
    ๕.เลี่ยงอาหารที่มี purine สูง
    ๖.พบแพทย์สมำ่เสมอ ไม่ควรซื้อยากินเอง
    ๗.ขณะอาการกำเริบไม่ควรยืน เดินมาก ควรพักและยกเท้าสูงร่วมกับการประคบร้อนค่ะ

  19. #69
    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ nuttayaphabphal ดูโพสต์
    ๑.โรคเกาต์พบมากในเพศชาย
    ๒.ความอ้วนทำให้กรดยูริกสูง ต้องลดน้ำหนักนะคะ

    ๓.งดแอลกอฮอล์
    ๔.ดื่มนำ้อย่างน้อยวันละสามลิตรเพื่อขับกรดยูริก
    ๕.เลี่ยงอาหารที่มี purine สูง
    ๖.พบแพทย์สมำ่เสมอ ไม่ควรซื้อยากินเอง
    ๗.ขณะอาการกำเริบไม่ควรยืน เดินมาก ควรพักและยกเท้าสูงร่วมกับการประคบร้อนค่ะ
    ....เอ่อ....ข้อ 1 นี่ แปลงเพศหายมั๊ยจ๊ะ.....
    ........ส่วนข้อ 2 นี่ กระทบกระเทือนหนักเลยอ่ะ....
    IEM/CIEM: se530, SF-3R, TF-10vi, SF-5x+Lune, FreQx+Enyo, สุกี้-TAF LE, Sony-XBA4-iP, E-10 Custom wired
    earbud: Pk2+CustomWire, PK2-CHIM Mod
    headphone:ATH-D1000,, เมพสายฟ้า(Aurvana LIVE+Cardas4x24), เมพช้างเขียว(TwAg+Oyaide), ERGO Model 2, Fostex
    HeadPhone/Amp Set: STAX SR Lambda Pro+SRM-1/MKIII, GBL-BL1(Tube-6111WA), HE-5(Silver Dragon V2 + Viablu 1/4; Cyroed Original Wire, APS V3)+EF-5(DualMono OpAmp)
    DAC:Xiang Cheng D-01 Tube Hybrid
    HeadAmp:LC-3 Hybrid+SuperChip, LC-Beyond Class A+DualSuperChip, YaQin 34B, Carver 35t
    ElectroStatic: O2mkI, Boy BEE


  20. #70
    มีส่วนร่วมกันหน่อยนะ
    สมัครเมื่อ
    14 03 12
    โพสต์
    2
    เมื่อต้นเดือน มกราคม 2555 ได้ไปพักที่หอเพื่อนค่ะ 3 วัน นอนตากพัดลม 2 คืนเต็ม ทานอาหารวันละ 2 มื้อ นอนดึกตื่นสาย
    .. พอกลับบ้านมาเป็นไข้หวัด มีอาการเจ็บคอ ไอ มีเสมหะใส ๆ และเป็นโรคกระเพาะร่วมด้วยค่ะ
    (โดยส่วนตัวคิดว่าอาการที่เป็นเกิดจากพฤติกรรมจากการกิน นอน พักผ่อนไม่เป็นเวร่ำเวลา)
    ..ไปหาหมอด้วยอาการโรคกระเพาะอักเสบอย่างรุนแรงค่ะ (ปวดท้องใต้ลิ้นปี่มาก คลื่นไส้ อาเจียน) หมอให้ยารักษาโรคกระเพาะ มาทาน เป็นเวลา 1 เดือน แล้วนัดติดตามผล อีก 1 เดือนถัดมา

    เดือน กุมภาพันธ์ 2555 ไปพบแพทย์ตามนัด อาการของโรคกระเพาะดีขึ้น แต่ยังไม่หายดี ..และมีอาการภูมิแพ้หนักมากขึ้น (มีน้ำมูก ไอ จาม มีเสมหะใส มึนศรีษะ ซึ่งเป็นต่อเนื่องมาจากตอนที่นอนตากพัดลมเมื่อเดือนที่แล้ว) หมอให้ยารักษาโรคกระเพาะต่ออีก 1 เดือน และให้ยารักษาภูมิแพ้ มาทานก่อนนอน หมอนัดติดตามผลอีก 1 เดือนถัดมา
    ...อาการของโรคกระเพาะยังคงเดิม แต่ยังไม่หายดี ส่วนภูมิแพ้นั้น น้ำมูกลดลง ไม่จาม ไม่มึนศรีษะ แต่มีอาการไอมากขึ้นและเสมหะใส ๆมากขึ้น เมื่อเจอฝุ่นและควัน


    (ก่อนมาพบแพทย์ 3 สัปดาห์ มีอาการแน่นหน้าอกหายใจเข้า-ออก ลำบาก และมีเสียงวืด ๆ ที่หลอดลม เหนื่อย ตื่นขึ้นมาไอตอนกลางคืนทุกวัน อาการไอเหมือนมีเสมหะติดอยู่ที่หลอดลมตลอดเวลา ระคายเคืองคอ)

    เดือน มีนาคม 2555 ไปพบแพทย์ตามนัด อาการไอมากขึ้น แพทย์นัดตรวจเอ็กซเรย์ปอด และเก็นเสมหะตรวจให้ละเอียด ..แต่ผลตรวจปรากฎว่า ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ เมื่อหมอซักประวัติ แล้วได้วินิจฉัยว่า อาการที่เกิดขึ้นก่อนพบแพทย์ดังกล่าวนั้น เกิดจากอาการภูมิแพ้ที่เป็นเรื้อรังมานาน จึงส่งผลให้มากขึ้นถึงขั้นหอบได้ หมอจัดยาให้ดังนี้ค่ะ

    " Loratadine (Micronized) 10 mg.(แก้แพ้), Carbocysteine 375 mg.(แก้ไอ) , Theophylline SR 200 mg. (ขยายหลอดลม) , และยาพ่นเข้าคอAeroduol (Ipratropium Bromide 0.02 mg. + Fenoterol Hydrobromide 0.05 mg (พ่นเฉพาะเวลามีอาการ)"

    วันแรกทานยาตามปกติ และพ่นยาตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ ..มีอาการหายใจสะดวกขึ้น เสมหะน้อยลงแต่ยังไม่หมด ไอน้อยลงแต่ยังไม่หยุดไอ

    "..แต่มีอาการ เจ็บในทรวงอก(หัวใจ) เวลาหายใจเข้า ขยับตัว และเวลาไอ ช่วงไหนที่เจอฝุ่นแล้วไอเยอะ ๆ จะปวดมากตามจังหวะที่หายใจและไอ"

    ..ตอนนี้ผ่านไป 3 วันแล้ว หยุดใช้ยาพ่น แต่อาการเจ็บหัวใจดังกล่าวยังเป็นอยู่
    เป็นไปได้รึเปล่าคะ? อาการแบบนี้ คือ อาการแพ้ยา!! หรือ เป็นโรคหัวใจ!!

    รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยคร่า

  21. #71
    สามวันผ่านไปแล้ว

    1.แพ้ยาหรือไม่?? การเจ็บดังกล่าวไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการแพ้ยาค่ะ

    2.เป็นโรคหัวใจรึเปล่า?? เบื้องต้นขอตอบว่าไม่ได้เป็นไว้ก่อนถ้าอายุขนาดนี้ อาการเจ็บเกิดจากการไอแรง ยิ่งไอเท่าไหร่กล้ามเนื้อหน้าอกจะได้รับความกระทบกระเทือน พอไอแรงๆหลายๆทีกล้ามเนื้อหน้าอกอาจมีอาการอักเสบของเส้นใยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆจึงทำให้รู้สึกเจ็บไปถึงหัวใจได้ค่ะ

    ยาแก้ไอที่ได้(carbocysteine) เป็นยาช่วยละลายเสมหะ ปกติแล้วถ้ามีเสมหะเกาะติดทางเดินหายใจส่วนต้น ร่างกายจะพยายามทำให้เสมหะหลุดออกโดยการไอ เสมหะเยอะน่าจะเกิดจากโรคภูมิแพ้ที่แพทย์วินิจฉัย เนื่องจากเมื่อสูดดมสารก่อภูมิแพ้เข้าไป เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น(จริงๆแล้วเราแพ้ขี้ของไรฝุ่นค่ะ) ร่างกายจะสร้างเสมหะออกมาได้ หมอจึงให้ยาละลายเสมหะ และต้องดื่มน้ำอุ่นเยอะๆเพราะถ้าดื่มน้ำเย็น กินของเย็น ของทอดของมัน จะทำให้เสมหะยิ่งเกาะติดทางเดินหายใจส่วนต้นมากขึ้นยาละลายเสมหะก็ไม่ได้ช่วยอะไร

    ถ้ายังไอเยอะอยู่สามารถใช้ยาพ่นได้ต่อค่ะ ยาพ่นตัวนี้จะช่วยขยายหลอดลมที่ตีบจากภูมิแพ้ให้กว้างขึ้น ทำให้หายใจสะดวกขึ้น

    อาการของโรคกระเพาะที่เล่ามาว่าเจ็บใต้ลิ้นปี่มาก คลื่นไส้ อาเจียน ไม่ทราบว่าหมอให้ยาชื่ออะไรมากินบ้างคะ...

    ต้องถามว่าระหว่างที่เป็นมีความเครียด เรียนหนัก/ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า...ปกติแล้วถ้าเรามีความเครียดหรือร่างกายมีภาวะเครียดจากการทำงานมากเกินกำลังร่วมกับการเจ็บป่วย พักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีความเกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสารสื่อประสาท ถ้าระบบประสาทถูกกระตุ้นจากความเครียด อวัยวะไวต่อการกระตุ้นของระบบประสาทคือสมอง ทำให้เกิดอาการปวดหัว เวียนหัวมึนๆงงๆ อีกส่วนคือระบบทางเดินอาหารจะไวต่อความเครียดทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มปอด. ถ้าพบแพทย์เฉพาะทางจะให้ยารักษาเกี่ยวกับระบบประสาทที่ไปควบคุมอวัยวะดังกล่าว การให้ยาลดกรดไม่ได้ช่วยในกรณีนี้ค่ะ ความเครียดเป็นต้นเหตุของเกือบทุกโรคเลย ทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำด้วยค่ะ..อย่างที่เค้าเรียกว่า เมื่อใจป่วย กายก็จะป่วย. การรักษาให้หายต้องรักษาที่ต้นเหตุของการเกิดโรคค่ะ
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย nuttayaphabphal : 16-03-12 เมื่อ 15:13 เหตุผล: ......

หน้า 3 จากทั้งหมด 3 หน้า หน้าแรกหน้าแรก 123

กฎการโพสต์ข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] code is เปิด
  • HTML สถานะ ปิด